วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553

KUMON








ยางลบ…กับการแก้สิ่งผิดพลาด ในชีวิต



สมัยเด็กๆ ครูสอนศิลปะท่านหนึ่งสอนฉันเสมอว่าเวลาเราใช้ดินสอวาดภาพ เราห้ามใช้ยางลบ

ตอน นั้นฉันไม่เข้าใจจุดประสงค์ของครูสักท่าไหร่ รู้แต่เพียงว่า

เวลาฉัน วาดภาพแล้วเส้นมันบิดเบี้ยว ฉันก็อยากจะให้มันตรงสวย
แต่ทุกครั้งที่ฉัน หยิบยางลบขึ้นมาเพื่อจะลบภาพนั้น ครูของฉันก็จะเตือนถึงกติกานั้นเสมอ

สุด ท้ายฉันจึงเลือกใช้วิธีต่อเติมภาพๆ นั้นไปตามจินตนาการ เช่น

ถ้าฉัน ตั้งใจวาดรูปหน้า คนแต่ฉันอาจเผลอวาดตากลมโตเกินไปฉัน ก็จะใช้วิธีเปลี่ยนตากลมๆ นั้นเป็นแว่นตาแทน

แม้นตอนนั้น ฉันยังไม่เข้าใจว่าทำไม ฉันจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ

และ แม้ฉันจะไม่เคยคิดวาด รูปหน้าคนใส่แว่นมาก่อน แต่ฉันก็ได้รูปหน้าคนตามที่ต้องการ แถมยังภูมิใจว่าสามารถวาดภาพๆ นั้นด้วยความมั่นใจ และไม่ต้องใช้ยางลบลบภาพเลยสักครั้ง


เวลาผ่านไป ฉันโตขึ้น ฉันเรียนรู้ว่า สิ่งที่ครูสอนวันนั้น แท้จริงแล้วมันปลูกฝัง

นิสัยหนึ่งให้กับ ฉัน นั่นคือ การ เข้าใจธรรมชาติของความผิดพลาด ความผิดพลาด

เป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นกับชีวิตของทุกคน และในชีวิตหนึ่งก็มีหลายครั้งที่ฉันได้พบมัน โดยไม่ตั้งใจ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันยอมรับความผิดพลาดเหล่านั้น และรวบรวมสติเพื่อ

แก้ไขปัญหา ต่างๆ ได้ ก็คือ การที่ฉันเข้าใจว่า ธรรมชาติของความผิดพลาด

คือ การที่มันเกิดขึ้นแล้ว จะคงอยู่ถาวร ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ

ลบความผิดพลาดแต่ฉันจำเป็นต้องใช้ สมองต่อเติม แก้ไขภาพวาดของฉัน

ให้สมบูรณ์ ด้วยตัวเอง

ดัง นั้นถ้าความผิดพลาดมันเกิดขึ้นกับเราแล้ว

การที่เราจะมานั่งร้องห่ม ร้องไห้ อ้อนวอนขอแหกกฎเพื่อใช้ยางลบกลับไป

แก้ไขมันนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ สิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือ รู้จักพลิกแพลงแก้ไข


สิ่ง เหล่านั้นด้วยสติ และวาดภาพของตัวเองต่อไปด้วยความระแวดระวังมากยิ่งขึ้น

ทุก คนมีดินสอหนึ่งแท่งเพื่อที่จะวาดภาพชีวิตของเราให้สวยงาม

แต่ เราไม่มียางลบสักก้อนที่จะเอาไปลบ สิ่งที่เราทำผิดพลาดมาแล้วได้

ดัง นั้นเราต้อง ตั้งใจ และมีสติทุกครั้งที่ลากเส้น ถึงแม้ภาพที่เราวาดออกมา

จะ ไม่เหมือนกับภาพที่เราฝันไว้สักเท่าไหร่ แต่มันก็ออกมาจากมือของเรา

เรา ควรจะภูมิใจกับมันได้เสมอไม่ต้องกลัว หรอก แม้จะรู้ดีว่าสักวันหนึ่ง

เรา อาจลากเส้นบิดเบี้ยวไปบ้างเพราะถึง อย่างไร ฉันยังเชื่อว่าถ้าสมอง

และ หัวใจของเราทำงานอย่างเต็มที่ภาพชีวิตเราก็งดงามได้โดยไม่ต้องใช้ยางลบ

ขอบคุณเวปสนับสนุน atcloud.com

วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เกร็ดความรู้ขอเเนะนำสำหรับการพูด เพราะๆๆ


ข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆ สำหรับฝึกพูดเพราะๆ

  1. พูดแต่สิ่งที่ดีๆ เกี่ยวกับคนที่เราคุยด้วย ไม่ควรพูดสิ่งที่ไม่ดีของเขา
  2. ห้ามพูดคำหยาบ คำ 2 คำ ก็ไม่ดีเพราะจะทำให้ติดปาก
  3. จงเรียกชื่อคนด้วยเสียงที่สุภาพ นุ่มนวล เช่น ให้เรียกคนที่ไม่คุ้นเคยว่า “คุณ” อย่าเรียกคำว่า “นี่ๆ…” หลายคนจิตใจดี แต่พูดไม่เพราะ จึงไม่ค่อยมีคนชอบ
  4. ระวังอย่าให้ลูกเล็กๆ พูดคำหยาบ เพราะจะติดเป็นนิสัย
  5. ชมคนที่พูดด้วยเสมอ เช่น วันนี้คุณน่ารักจัง …
  6. เมื่อคนพูดไม่ดีมา เราอย่าตอบโต้ด้วยคำพูดไม่ดี
ลิงก์ผู้สนับสนุน ขอขอบคุณ sakid.com

นิทานเรื่อง.. เด็กหลงทางในโลกของเวลา..


นิทานเรื่อง.. เด็กหลงทางในโลกของเวลา..


กาลครั้งหนึ่งผ่านมาอย่างน่ารัก ท้องฟ้าผลิดอกออกเป็นเมฆหลากสี ฝนโปรยลงมาเป็นดอกไม้หอม สายลมพัดพลิ้วใบไม้และละอองสีทองของแสงแดด แผ่นดินหวานเหมือนน้ำตาลก้อน แม่น้ำไหลรินโอบกอดเวิ้งสีเงินระยิบระยับ ในโลกของเวลาที่กระโดดเริงร่าโลกแล่นความสุข

ดินแดนที่ความสดชื่นบานสะพรั่ง ยังมีเด็กหลงทางซุกอยู่ในหมู่แมกไม้ของชีวิต ด้วยดวงใจเปลี่ยวเหงาเศร้าสร้อย ถวิลหาบางสิ่งซึ่งรู้ดีว่า…ไม่มีโอกาสได้สมหวัง เด็กหลงทางคือบาดแผลเรื้อรังของตนเอง เรื่อระบายบางเบาแต่ติดสนิทไม่มีวันลบเลือน

“เธออยู่ที่นี่ทำไมจ๊ะ” เวลาเห็นเด็กหลงทางหน้าตาหงอยๆ ในทุ่งดอกไม้เริงระบำ

“…” เด็กหลงทางส่ายหน้าน้อยๆ ไม่ตอบว่ากระไร

“ไม่สนุกรึ” หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่เวลาถามขึ้นอีกเพราะสงสัยในท่าที

“จ๊ะ” เด็กหลงทางรับคำ ไม่กล้าตอบในตอนแรกก็เพราะมัวแต่กังวลว่าเวลาจะจากไป เขาจะหลงทางโดดเดี่ยวยิ่งขึ้น

“เช้าๆ อย่างนี้สดชื่นดี” เวลาบอกด้วยรอยยิ้ม

“จ๊ะ” เด็กหลงทางก้มหน้า เวลาช่างไม่รู้หรือไรว่าเขาเหว่ว้าทุกตะวันรุ่ง ความโศกเศร้าบินพรูออกมาดังฝูงนกแตกตื่นจากรัง

“มาซิ” เวลายื่นมือสัมผัสเร่งเรียกขึ้นอีก เด็กหลงทางใจหายวูบ ก้มหน้างุด ย่ำเท้าอยู่กับที่ดอกไม้บอบช้ำไปหมด

“เธอหยุดนิ่งได้ไหม” เด็กหลงทางเอ่ยปากกับเวลา พูดในสิ่งที่เขาต้องการ

“…” เวลาไม่ตอบ จ้องมองเด็กหลงทางนิ่ง

“ในโลกเวลาของเธอ ฉัน…รู้สึกไม่ดีเลย” เด็กหลงทางอ้ำอึ้งเหมือนจะร้องไห้ มองทุ่งดอกไม้ไหวกลีบอ่อนบางกลางสายลมกู่

“เฮ้อ” เวลาถอนหายใจยาว บอกเด็กหลงทางด้วยความสงสารว่า “ฉันทำไม่ได้หรอกจ๊ะ”

รุ่งอรุณของความเบิกบานถูกแตะแต้ม ฤดูกาลเริงรื่นในสายลมผลัดเปลี่ยนฤดู เวลายังไหลเนื่องไม่ขาดสาย

เด็กหลงทางรู้สึกเวทนาตัวเอง ม้วนเก็บส่วนที่บอบช้ำเปราะบางไว้ โบกมือให้เอื้อนเอ่ยกับเวลาว่า “ฉันจะเข้มแข็งจ๊ะ”

… เวลาของทุกคน มีเท่ากัน อยู่ที่ว่า ใครจะใช้เวลานั้นๆ ได้คุ้มค่ากว่ากัน และที่สำคัญ เวลา ไม่เคยคอยใคร และไม่มีทาง หยุดเดิน อยู่กับที่ …



ลิงก์ผู้สนับสนุน ขอขอบคุณ sakid.com