วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

STEPFIRST(คลิก เพื่อดูภาพประกอบ)









STEPFIRST
เต้นรำเพื่อ สุขภาพ และ บุคลิกภาพ

คนเรายิ่งอยู่ นาน อะไร อะไร ที่มัน เคยตึงเคยเต่งก็หย่อนยานเสื่อมไปตามวัยยกเว้น อย่างเดียวที่ตึงขึ้นคือหูเพราะการได้ยินจะลดลง แต่สำหรับ สมองแล้ว ถ้าไม่อยาก หลงหลง ลืมลืม ก็ต้องใช้งานให้มากไว้ อย่าปล่อยสมองว่างอยู่เฉยๆ เดี๋ยวจะฝ่อซะ วิธีบริหารสมองวิธีหนึ่งที่นักวิจัยค้นพบว่าช่วย บริหารสมองได้จริงๆ ก็คือการเต้นรำหรือ กิจกรรมเข้าจังหวะ

การเต้นรำ เป็นกิจกรรมที่ทำให้สมองเสื่อมช้าลง เป็นการกระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงสมอง เพราะมี การเคลื่อนไหวของร่างการแทบทุกส่วน และ การจำท่าเต้นรำเป็นการกระตุ้นสมองให้ทำงานเพื่อเต้นให้ถูกท่า และถูกจังหวะ ในผู้สูงอายุที่ไม่ได้ทำ อะไรสมองและร่างกายจะเสื่อมไว การขาดกิจกรรมยามว่าง ของผู้สูงอายุทำให้ความจำเสื่อมเร็วขึ้นด้วย การเต้นรำจึงช่วยได้

ยิ่งไปกว่านี้ การเต้นรำเป็นสิ่งที่มนุษย์ชื่นชอบอยู่แล้ว ในวัยเด็กเมื่อได้ยินเสียงดนตรี จะมีปฏิกิริยาตอบสนอง โดยจะแสดงพฤติกรรมความพอใจด้วยการใช้ช้อนเคาะโต๊ะ เคาะจาน เมื่อโตขึ้นจะมีการแสดงพฤติกรรมด้วยการขยับแข้ง ขา หรือ ปรบมือตามจังหวะ เพียงแต่ไม่ได้แสดงออกเป็นจังหวะและรูปแบบที่ชัดเจน ดังนั้น การเต้นรำจึงจัดเป็นกิจกรรมสันทนาการอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เต้นมีความสุข ร่าเริงแจ่มใส ลดความตึงเครียด ช่วยปัญหาด้านสุขภาพจิตได้

นอกจากการเต้นรำ จะช่วยด้านสุขภาพดังกล่าวข้างต้นแล้ว การเต้นรำยังช่วยพัฒนาบุคลิกภาพอีกด้านหนึ่ง เช่นการเต้นบัลเลย์และรำไทย ซึ่งจะแก้ไขข้อบกพร้องของลักษณะการเดินให้ส่วยงาม เนื่องจากในการเต้นบัลเลย์และรำไทย จะมีการจัดท่าเต้นให้มีท่าทีที่สง่างาม ผู้ที่เรียนเต้นบัลเลย์และรำไทย จะต้องยืนตัวตรงหน้าเชิด จึงมีผลให้ผู้เรียนมีบุคลิกที่ดี เกิดความมั่นใจและทำให้เป็นบุคคลที่กล้าแสดงออก

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาการเต้นรำ หลายรูปแบบ ขึ้นกับจังหวะของดนตรี การเต้นรำแต่ละรูปแบบจะมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว มีทั้งอ่อนช้อย สง่างาม คล่องแคล่วว่องไว และ ความแข็งแรง ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ ความถนัด และ ความเหมาะสมของร่างกายและวัย

การเต้นรำไม่เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสุขภาพ

ยังให้ความบันเทิง และ เสริมสร้างบุคลิกภาพให้กับผู้เรียนด้วย

ปัจจุบันผู้รักในการเต้นรำที่มีความสามารถ

ยังสามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพสร้างรายได้ ให้กับตัวเองและครอบครัวได้อีก


Soul Taekwondo(คลิก เพื่อดูภาพประกอบ)








soul Taekwondo

การออกกำลังกาย กีฬา และ เทควันโด

มี คำพูดมากมายที่คนที่ไม่ออกกำลังกายมักนำมาพูดอยู่เสมอ เช่นเหนื่อยกับการทำงาน เบื่อไม่มีอารมณ์ออกกำลังกาย ป่วยทำให้ออกกำลังกายไม่ได้ แต่คำพูดที่มักถูกนำมาใช้มากที่สุดคือ ไม่ มีเวลา

ในความจริงแล้วทุกคนมีเวลาใน 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมง หรือ 1,440 นาทีเท่ากัน แต่ขอเวลาเพียง 1 ชั่วโมง เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ลดความเครียดที่เกิดจากสภาวะแวดล้อม ทำให้มีร่างกายที่สมส่วน มีบุคลิกภาพที่ดีไม่ได้เลยหรือ

ใน ช่วงที่เราอยู่ในวัยหนุ่มสาว เรามักละเลยการออกกำลังกายเนื่องจากรู้สึกว่ายังมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันขึ้นร่างกายของคนเราก็จะเริ่มแสดงอาการอ่อนแอ เมื่อนั้นคนส่วนใหญ่จึงค่อยหันมามองการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายกับมาแข็ง แรงอีกครั้ง...ไม่สายไปหรือครับ

ดังนั้น ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราควรเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่เนิ่นๆ

กีฬา โดยส่วนใหญ่ก็เป็นการออกกำลังกาย เพียงแต่เริ่มมีเป้าหมายมากขึ้นนอกจากออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับการแข่งขันเพิ่มเข้ามาอีก ซึ่งก็จะทำให้ผู้ที่เล่นกีฬามีแรงกระตุ้นในการออกกำลังกายมากขึ้น ทั้งนี้ แต่ละประเภทกีฬาก็จะมีลักษณะแตกต่างกันไป แล้วแต่ประเภทกีฬานั้นๆ

เท ควันโดก็เป็นประเภทหนึ่งของกีฬา ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง เทควันโดนอกจากเป็นการออกกำลังกาย และ กีฬาแล้ว ยังเป็นศิลปะป้องกันตัวที่มีมาช้านาน เช่นเดียวกับมวยไทย

จุด เด่นของศิลปะป้องกันตัวแบบเทควันโดคือการต่อสู้ระยะประชิด มีการใช้มือและเท้าอย่างมีประสิทธิภาพ มีลีลาที่สวยงาม เป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับทุกเพศและวัย

เทควันโดในด้านกีฬา จัดเป็นกีฬาที่มีมาตรฐานสากล เห็นได้จากการเป็นกีฬาหนึ่งในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989

เท ควันโด จึงถือเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ที่นอกเหนือจากความต้องการในการออกกำลังกาย แล้ว ยังเป็นประโยชน์ในการนำมาใช้เป็นศิลปะป้องกันตัวอีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553

KUMON








ยางลบ…กับการแก้สิ่งผิดพลาด ในชีวิต



สมัยเด็กๆ ครูสอนศิลปะท่านหนึ่งสอนฉันเสมอว่าเวลาเราใช้ดินสอวาดภาพ เราห้ามใช้ยางลบ

ตอน นั้นฉันไม่เข้าใจจุดประสงค์ของครูสักท่าไหร่ รู้แต่เพียงว่า

เวลาฉัน วาดภาพแล้วเส้นมันบิดเบี้ยว ฉันก็อยากจะให้มันตรงสวย
แต่ทุกครั้งที่ฉัน หยิบยางลบขึ้นมาเพื่อจะลบภาพนั้น ครูของฉันก็จะเตือนถึงกติกานั้นเสมอ

สุด ท้ายฉันจึงเลือกใช้วิธีต่อเติมภาพๆ นั้นไปตามจินตนาการ เช่น

ถ้าฉัน ตั้งใจวาดรูปหน้า คนแต่ฉันอาจเผลอวาดตากลมโตเกินไปฉัน ก็จะใช้วิธีเปลี่ยนตากลมๆ นั้นเป็นแว่นตาแทน

แม้นตอนนั้น ฉันยังไม่เข้าใจว่าทำไม ฉันจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ

และ แม้ฉันจะไม่เคยคิดวาด รูปหน้าคนใส่แว่นมาก่อน แต่ฉันก็ได้รูปหน้าคนตามที่ต้องการ แถมยังภูมิใจว่าสามารถวาดภาพๆ นั้นด้วยความมั่นใจ และไม่ต้องใช้ยางลบลบภาพเลยสักครั้ง


เวลาผ่านไป ฉันโตขึ้น ฉันเรียนรู้ว่า สิ่งที่ครูสอนวันนั้น แท้จริงแล้วมันปลูกฝัง

นิสัยหนึ่งให้กับ ฉัน นั่นคือ การ เข้าใจธรรมชาติของความผิดพลาด ความผิดพลาด

เป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นกับชีวิตของทุกคน และในชีวิตหนึ่งก็มีหลายครั้งที่ฉันได้พบมัน โดยไม่ตั้งใจ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันยอมรับความผิดพลาดเหล่านั้น และรวบรวมสติเพื่อ

แก้ไขปัญหา ต่างๆ ได้ ก็คือ การที่ฉันเข้าใจว่า ธรรมชาติของความผิดพลาด

คือ การที่มันเกิดขึ้นแล้ว จะคงอยู่ถาวร ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ

ลบความผิดพลาดแต่ฉันจำเป็นต้องใช้ สมองต่อเติม แก้ไขภาพวาดของฉัน

ให้สมบูรณ์ ด้วยตัวเอง

ดัง นั้นถ้าความผิดพลาดมันเกิดขึ้นกับเราแล้ว

การที่เราจะมานั่งร้องห่ม ร้องไห้ อ้อนวอนขอแหกกฎเพื่อใช้ยางลบกลับไป

แก้ไขมันนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ สิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือ รู้จักพลิกแพลงแก้ไข


สิ่ง เหล่านั้นด้วยสติ และวาดภาพของตัวเองต่อไปด้วยความระแวดระวังมากยิ่งขึ้น

ทุก คนมีดินสอหนึ่งแท่งเพื่อที่จะวาดภาพชีวิตของเราให้สวยงาม

แต่ เราไม่มียางลบสักก้อนที่จะเอาไปลบ สิ่งที่เราทำผิดพลาดมาแล้วได้

ดัง นั้นเราต้อง ตั้งใจ และมีสติทุกครั้งที่ลากเส้น ถึงแม้ภาพที่เราวาดออกมา

จะ ไม่เหมือนกับภาพที่เราฝันไว้สักเท่าไหร่ แต่มันก็ออกมาจากมือของเรา

เรา ควรจะภูมิใจกับมันได้เสมอไม่ต้องกลัว หรอก แม้จะรู้ดีว่าสักวันหนึ่ง

เรา อาจลากเส้นบิดเบี้ยวไปบ้างเพราะถึง อย่างไร ฉันยังเชื่อว่าถ้าสมอง

และ หัวใจของเราทำงานอย่างเต็มที่ภาพชีวิตเราก็งดงามได้โดยไม่ต้องใช้ยางลบ

ขอบคุณเวปสนับสนุน atcloud.com

วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553